ลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญ ดีกว่าเปิดร้านกาแฟเองอย่างไร

Last updated: 20 ก.ย. 2565  |  718 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แฟรนไชส์ตู้กาแฟหยอดเหรียญ

ลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญ ดีกว่าเปิดร้านกาแฟเองอย่างไร

ความแตกต่างของการลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญ

         ธุรกิจคาเฟ่ เป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คน แม้ว่าจะมีคาเฟ่เกิดขึ้นมากมายในช่วง 4-5 ปีนี้ก็ตาม แต่กระแสความแรงของผู้ที่หลงใหลในรสชาติกาแฟก็ดูจะไม่แผ่วลงเลย วันนี้ มาสเตอร์แฟรนไชส์ จะมาแจกแจงให้ฟังว่า ระหว่างลงทุนเปิดร้านกาแฟเองกับลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญแบบไหนดีกว่ากัน ไปตามอ่านกันได้ในบทความนี้

         ในยุคสมัยนี้ ผู้คนต่างมองหาความสะดวกสบาย สะอาดและต้องประหยัด ธุรกิจต่างๆ ต่างก็พากันปรับตัวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์ความสะดวกสบายในปัจจุบันที่เห็นได้ชัดๆ เลย เช่น บริการส่งอาหาร ร้านสะดวกซักแบบหยอดเหรียญ ตู้ขนมแบบหยอดเหรียญและตู้กาแฟหยอดเหรียญ  

 

Vending Machine หรือตู้หยอดเหรียญคืออะไร

         ตู้หยอดเหรียญเป็นเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เช่น ขนม กาแฟ หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ เครื่องจะทำงานหลังจากที่หยอดเหรียญเข้าไปในเครื่อง ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามต้องการ ซึ่งตู้หยอดเหรียญในปัจจุบัน ไม่ได้ตั้งไว้เฉพาะแหลุ่มชุมชนเท่านั้น เดี๋ยวนี้ตามบริษัทขนาดกลางไปถึงใหญ่ ก็มีการนำตู้หยอดเหรียญต่างๆ ไปตั้งไว้ใต้ดึกสำนักงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน

         แต่ในวันนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงธุรกิจตู้กาแฟแบบหยอดเหรียญ หากใครที่เคยไปญี่ปุ่นคงจะชินตากับตู้หยอดเหรียญต่างๆ ที่ตั้งตามถนน ไม่ว่าจะเป็น ตู้ของเล่น ตู้เครื่องดื่ม ตู้ขายบุหรี่ แต่ทราบหรือไม่ว่า ในช่วงที่มีการระบาดของโรค Covid-19 ทำให้ชาวญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงการใช้งานตู้หยอดเหรียญ เพราะกังวลเรื่องชองความสะอาด และเสี่ยงต่อการติดโรค Covid-19 จนทำให้เกิดไอเดียใหม่ที่ออกมาทำตู้จำหน่ายสินค้าที่สามารถใช้เท้าในการสั่งการเครื่องแทนการใช้มือ (อ้างอิง https://bit.ly/3BoF4KC)

         ในบ้านเรามีตู้หยอดเหรียญนี้มาสักประมาณ 20 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะมาได้รับความสนใจเมื่อไม่นานมานี้ ที่เห็นว่ามีการพูดถึงและใช้งานกันบ่อยก็น่าจะเป็น “ตู้กาแฟหยอดเหรียญ” และเริ่มจะมีการแข่งขันในตลาด ซึ่งต้องบอกว่าตลาดตู้หยอดเหรียญกาแฟยังสามารถทำกำไรได้อยู่ ยังไม่ถึงกับเป็น Red Ocean ซะทีเดียว แต่ก็จะมีคนอีกกลุ่มที่คิดว่า หากจะจับธุรกิจค้าขายเครื่องดื่มแล้ว ทำไมไม่เปิดเป็นคาเฟ่ไปเลยน่าจะดีกว่า มาสเตอร์เฟรนไชส์ของเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันดังนี้  

จะเปิดร้านกาแฟต้องลงทุนอะไรบ้าง

         ธุรกิจกาแฟเป็นธุรกิจในฝันของหลายๆ คน การเตรียมงบประมาณในการเปิดร้านนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจนี้ โดยงบประมาณที่จะต้องเตรียมนั้น เช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการเช่า / ซื้อ สถานที่ - ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งด้วยว่าอยู่ในที่ชุมชนหรือไม่
  • ค่าตกแต่งสถานที่ - ตั้งแต่ค่าออกแบบ ค่ากระเบื้อง ค่าสี ค่าเดินระบบน้ำ-ไฟ ป้ายร้าน ฯลฯ
  • ค่าอุปกรณ์ต่างๆ - เครื่องทำกาแฟ เครื่องบดกาแฟ จาน ช้อน แก้วกาแฟ หลอด ทิชชู่ ของใช้สิ้นเปลืองต่างๆ
  • ค่าวัตถุดิบ - เมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์มีราคาไม่เท่ากัน น้ำตาล นม นมข้นหวาน ไซรัปต่างๆ แก้วแบบ Take Away
  • เงินทุนหมุนเวียนอย่างน้อย 3-6 เดือนและเงินสำรองฉุกเฉิน - เงินก้อนนี้จำเป็นต้องมีไว้ เผื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก เพราะโดยธรรมชาติของร้านกาแฟหรือคาเฟ่ จะเริ่มทำกำไรให้ได้หลังจากเดือนที่ 3 เป็นต้นไป มีลูกค้าประจำหรือไม่ ช่วงนี้แหละ เหมือนช่วงชี้ชะตาว่าธุรกิจคาเฟ่ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ จะไปต่อหรือพอแค่นี้ เช่นเดียวกับเงินทุกฉุกเฉิน หากเปิดร้านไปได้ 2 เดือน อุปกรณ์เกิดชำรุดหรือเสียหาย จะได้นำเงินก้อนนี้ไปใช้โดยไม่ทำให้ธุรกิจเกิดการสะดุด
  • ค่าจ้างพนักงานดูแลร้านและทำความสะอาด - ข้อนี้ ต้องคิดตั้งแต่วางแผนจะเปิดคาเฟ่ ว่าคาเฟ่ที่เราจะเปิดเป็นแบบ Take Away หรือมีที่นั่ง ถ้าเป็นแบบ Take Away ก็ถูกหน่อยเพราะจ้างพนักงานแค่คนเดียว แต่ถ้าเปิดเป็นคาเฟ่นั่งชิลล์ นอกจากค่าพนักงานแล้ว ต้องมีค่าคนทำความสะอาดร้านด้วย
  • ค่าลงโปรแกรมสำหรับบันทึกรายรับ-รายจ่ายของร้าน - ปัจจุบันเกือบทุกธุรกิจต้องซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปในการทำรายรับ-รายจ่าย ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็จะมีราคาที่ต่างกัน
  • ค่าโฆษณา ทำการตลาดต่างๆ - งบในการจัดทำโปรโมชั่นต้อนรับเปิดร้านใหม่ - การโปรโมท ยิงแอดผ่านช่องทางออนไลน์ จ้างอินฟลูเอนเซอร์มารีวิวร้าน โปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดร้านใหม่ หรือการโปรโมทแบบออฟไลน์ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายทัังสิ้น

นอกจากนี้ ค่าอุปกรณ์ เครื่องบดกาแฟ เครื่องทำกาแฟ จะแตกต่างกันออกไปตามขนาดของร้านด้วย เช่น

  1. ร้านขนาดเล็ก-กลาง (แบบ Take away) - ค่าอุปกรณ์ต่างๆ จะอยู่ประมาณ 20,000-80,000 บาท
  2. คาเฟ่เต็มตัว มีที่นั่ง มีมุมสวยๆ ถ่ายรูป ติดแอร์ - ค่าอุปกรณ์ จะเริ่มต้นที่ 1000,000 บาท
  3. สำหรับร้านสายลึกแบบ Specialty Coffee - เครื่องทำกาแฟ และอุปกรณ์ต่างๆ จะแพงกว่าปกติ เริ่มต้นที่ 250,000 ไปจนถึง 400,000 บาทขึ้นไปก็มี

         
ทีนี้ เรามาดูความแตกต่างของการลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญกันบ้าง เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจอย่างมาก คนส่วนใดหญ่อาจจะคิดว่า ตู้หยอดเหรียญแก้วละ 10 บาท มันจะทำกำไรให้ได้ขนาดไหนกันเชียว และถ้าคิดจะลงทุนจริงๆ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

  1. ดูเรื่องทำเลที่ตั้งตู้ - การเลือกทำเลที่ตั้งเป็นหัวใจสำคัญของตู้กาแฟหยอดเหรียญ แต่ในปัจจุบัน แฟรนไชส์ตู้กาแฟหยอดเหรียญมักจะแพคมาพร้อมกับทำเลทองที่ตั้งตู้กาแฟ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน ไม่ต้องเสียเวลาไปหาทำเลที่ตั้ง

  2. ราคาในการซื้อแฟรนไชส์และตู้กดกาแฟ - เรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญแทบจะไม่ยุ่งยากหรือมีเบี้ยหัวแตกอะไรเลย นอกจาก ค่าตู้กาแฟหยอดเหรียญ อย่างของมาสเตอร์แฟรนไชส์ รุ่นสแตนดาร์ดราคาอยู่ที่ 57,600 บาท มาพร้อมรับประกันเครื่องตลอดอายุการใช้งาน อะไหล่เสีย เปลี่ยนให้ฟรี ประกันเครื่องหาย เครื่องโดนพายุหรือใช้งานเครื่องครบ 3 ปี เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

         สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะลองกระโดดเข้ามาลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญ ขอแนะนำ มาสเตอร์แฟรนไชส์ 24ชั่วโมงคอฟฟี่ เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ตู้กาแฟหยอดเหรียญ ทั้งนำเข้าและส่งออก รับออกแบบ Made-to-order ตู้กาแฟหยอดเหรียญ มาสเตอร์แฟรนไชส์ 24ชั่วโมงคอฟฟี่ ยังมีโรงงานผลิตเป็นของเราเอง เช่น

  • โรงงานผลิตกาแฟ
  • โรงงานผลิตโครงเหล็ก
  • โรงงานผลิตแก้ว
  • โรงงานผลิตสติ๊กเกอร์และไวนิล

ข้อดีของการลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญกับมาสเตอร์แฟรนไชส์ 24ชั่วโมงคอฟฟี่

  1. ประหยัดกว่าเปิดร้านเอง
  2. ไม่ต้องหาทำเลที่ตั้ง เพราะเรามาพร้อมทำเลดีๆ ที่มินิบิ๊กซี
  3. ไม่ต้องยุ่งยากเตรียมอุปกรณ์ใดๆ
  4. ไม่ต้องจ้างพนักงานเฝ้าหน้าร้าน
  5. ไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่
  6. ไม่ต้องงสร้างกลุ่มเป้าหมายใหม่ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายเดิมอยู่แล้ว
  7. ไม่ต้องทำการตลาด
  8. ประหยัดค่าน้ำ-ค่าไฟ
  9. ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องกาแฟ
  10. ตู้กาแฟหยอดเหรียญไม่มีเวลาเปิด-ปิด สามารถทำรายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่านั่งๆ นอน ก็มีเงินเข้ากระเป๋า
  11. คืนทุนเร็ว และธุรกิจนี้ไม่มีความเสี่ยง

         สามารถคลิกเข้าไปศึกษารายละเอียดของตู้กาแฟหยอดเหรียญแต่ละรุ่นได้ พร้อมรายละเอียด โปรโมชั่นประจำเดือน ตู้กาแฟหยอดเหรียญแต่ละรุ่น และช่องทางการคืนกำไรต่างๆ ได้ที่ www.masterfrancise24hrscoffee.com
การลงทุนตู้กาแฟหยอดเหรียญเป็นอีกช่องทางในการหารายได้แบบเสือนอนกิน สิ่งที่ต้องระวังก็คือ การเลือกบริษัทแฟรนไชส์ ควรเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีแผนงานให้เห็นชัดเจนถึงช่องทางของรายได้ที่จะเข้ามา เพียงเท่านี้โอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตและทำกำไรให้กับเรานั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

สนใจลงทุนแฟรนไชส์ตู้กาแฟหยอดเหรียญ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
https://www.masterfranchise24hrscoffee.com/
โทร: 062-429-4956, 080-536-9423
Line ID: @24hrscoffee

บทความนี้เขียนโดย : https://www.masterfranchise24hrscoffee.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้